สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 8
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 769
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 4,730,017
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
3 กุมภาพันธ์ 2566
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
   
10  11 
12  13  14  15  16  17  18 
19  20  21  22  23  24  25 
26  27  28         
             
 
น้องตูบขี้เรื้อนแม่ลูกอ่อน
[10 สิงหาคม 2553 15:49 น.]จำนวนผู้เข้าชม 7772 คน
 

   เรื่องจริงที่ผมจะเล่าต่อไปนี้...เป็นเรื่องราวที่ได้มาจากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้เองครับ...  

   เรื่องเริ่มขึ้นที่ประวัติของคุณวินิต  ที่เป็นคนอารมณ์ร้าย  โมโหร้าย  ชอบดื่มสุราเป็นประจำ  ที่สำคัญเขาชอบทานเนื้อน้องตูบเสียด้วย...  
   น้องตูบจรจัดทุกตัวในหมู่บ้าน(ที่ไม่มีเจ้าของ)มักจะถูกนายวินิจจองล้างจองผลาญ  และลงเอยด้วยการสังหาร แล้วเอาเนื้อมาทำเป็นอาหารรับประทานหรือเป็นกับแกล้ม...  
   ...แม้กระทั่งคุณแม่ของนายวินิตยังเคยเตือนลูกชายบ่อยๆว่า มันเป็นบาป เป็นกรรม ให้หยุดการกระทำเสีย  แต่เขาก็ไม่ยอมเชื่อ...  

   ...แล้วมาวันหนึ่งขณะที่เขากำลังตากเนื้อแห้ง(แหล่งข่าวไม่ได้ระบุว่าเป็นเนื้ออะไร)ไว้บนชานบ้านอยู่นั้น  ก็มีนังตูบขี้เรื้อนแม่ลูกอ่อนตัวหนึ่งผอมโซผ่านมาเห็นเนื้อแห้งนั้นพอดี  และขณะที่เขากำลังเผลอ  นังตูบขี้เรื้อนตัวนั้นก็คาบเอาเนื้อแห้งวิ่งเหยาะๆไปอย่างไม่เร็วนัก  

   ที่สำคัญเขาหันมาเห็นพอดี  อารมณ์โกรธก็พลุ่งพล่านขึ้นทันที  มือก็รีบคว้าไม้หน้าสามได้ก็รีบกระโจนลงมาจากชานบ้าน  และรีบวิ่งไล่กวดนังตูบขี้เรื้อนตัวนั้นไปติดๆ  

   ...ขณะนั้น  ก็มีน้องชายนายวินิตวิ่งตามไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประสาเด็กๆว่าเหตุการณ์จะลงเอยอย่างไร...

   ...ด้วยความโมโหอย่างสุดประมาณของนายวินิต  ประกอบกับร่างกายอันผอมโซเพราะไม่ได้กินอาหารมาหลายวันนังตูบเจ้ากรรมตัวนั้น...นายวินิตและน้องชายจึงวิ่งตามนังตูบขี้เรื้อนนี้มาทันตรงบริเวณหน้าปากซอยในเวลาไม่นานนัก...  

   จากประสบการณ์อันโชกโชนที่รู้ว่าควรตีตรงตำแหน่งไหนของน้องตูบที่เรียกว่า "จุดตาย" นายวินิตก็หวดไม้หน้าสามเข้าไปอย่างเต็มกำลัง  ...ทีเดียวเองก็ส่งร่างอันไร้กำลังของนังตูบขี้เรื้อนแม่ลูกอ่อนตัวนั้นลงไปนอนดิ้นพลาดๆกับพื้น  ตาเหลือก  ลิ้นห้อย  น้ำหูน้ำตาใหล รอวินาทีสุดท้ายของชีวิตอยู่ตรงนั้นเอง...  

   "ไอ้น้อย...เอ็งรอข้าตรงนี้แหล่ะ"   นายวินิตสั่งน้องชายที่กำลังยืนตะลึงกับเหตุการณ์  
   "อ้าว...พี่   จะไปไหนหล่ะ"  
   "เดี๋ยวเอ็งรอดูมันชักตายอยู่ที่นี่แหล่ะ...ข้าจะรีบวิ่งไปเอามีดแล่เนื้อที่บ้านโน่น  เดี๋ยวคืนนี้เอ็งได้กินเนื้อมัน..."  
   "ก็ไหนพี่บอกว่า ไม่กินเนื้อตูบขี้เรื้อนไง"  


   น้องชายเตือนสติพี่ชาย  

   "เออ...ยกเว้นวันนี้โว้ย...โมโหมันมากจนอยากจะกินเนื้อมันให้หายโมโหว่ะ..."  

   และแล้วนายวินิจก็รีบวิ่งกลับบ้านไป  ปล่อยให้น้องชายยืนตัวสั่นเฝ้าเหยื่ออย่างสงสารแบบจับจิตจับใจ...

   "เออ...นังเริ้อนเอ้ย...ถ้าเอ็งได้ยินที่ข้าพูด และเอ็งยังมีกำลังอยู่  ข้าก็ขอให้เอ็งหนีไปเสียนะ...ก่อนที่พี่ข้าจะกลับมา  คราวนี้เอ็งตายจริงๆแน่..."  

   เหมือนจะรู้ภาษา...นังตูบขี้เรื้อนเจ้ากรรมตัวนั้นค่อยๆคลานกระดึบๆหายเข้าไปในพงหญ้าข้างทางนั่นเอง...  
  
   ...สักครู่ใหญ่...นายวินิตก็วิ่งกลับมา ณ. จุดก่อเหตุ  พร้อมอุปกรณ์แล่เนื้อชุดใหญ่  

   "ไอ้น้อย...มันไม่ตายหรือว่ะ...ทำไมเอ็งไม่เฝ้ามันไว้ให้ข้าวะ..."   เขาตะคอกน้องชายด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว  

   "โธ่...พี่  ผมจะไปทันมันเหรอ  มันรีบวิ่งตะกุยแบบไม่คิดชีวิตอย่างนั้นน่ะ"  

   ทำให้นายวินิตงงงวยกับเหตุการณ์  เพราะไม่เคยมีน้องตูบตัวไหนรอดพ้นจากการตี "จุดตาย" ของเขาไปได้แม้สักตัว...  
   "ไป...ไอ้น้อย รีบตามมันไป  มันคงไปได้ไม่ไกลหรอก...โดนตีขนาดนี้  ถ้าไม่ตายก็เลี้ยงไม่โตล่ะว้า..."     ว่าแล้วเขาก็ออกตามหาสุนัขตัวนั้นไปทันที...  

   ...ไม่นาน...  

   เขาและน้องชายก็มาถึงใต้สะพานลอย  มีเสียงสุนัขหลายตัวเห่า  ทั้งสองจึงมุ่งตรงไปยังจุดที่ได้ยินเสียงสุนัขเหล่านั้น  

   ...ภาพที่เขาทั้งสองเห็น   แทบจะทำให้น้อยลมจับ...  

   ...มันเป็นภาพที่นังตูบขี้เรื้อนแม่ลูกอ่อนที่ได้รับบาดเจ็บเจียนตายตัวนั้นกับตูบน้อยๆลูกของมันที่ยังไม่หย่านมอีก 5 ตัวครับ  บางตัวก็ดูดนมที่มีแต่คราบนมแห้งเกรอะกรังเกาะติด  บ้างก็กำลังยื้อแย่งก้อนเนื้อแห้งที่แม่มันคาบมาให้โดยที่มันเองไม่ได้กัดกินเลยแม้แต่น้อย... ที่มันยังไม่ยอมตายเพราะต้องกลับไปให้นมลูก  แม้น้ำนมแห้งกรัง  เอาอาหารไปให้ลูกมัน    

   นายวินิตอ้าปากค้าง   ไม้หน้าสามและอุปกรณ์แล่เนื้อหล่นจากมือเขาเมื่อใดไม่ทราบ  เรียกลูกๆเพื่อให้นม ให้อาหารเป็นครั้งสุดท้าย...นังตูบขี้เรื้อนแม่ลูกอ่อนพยายามอย่างดีที่สุด  


   มันมองผมกับพี่นิตอย่างขอร้อง  ขอให้มันให้นมลูกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนตาย...ไม่อยากเชื่อนั่นคือน้ำตาของนังตูบขี้เรื้อน  มันแค่ต้องการให้นมลูกก่อนตาย  


   ...ในยามนั้นสิ่งที่แกเห็นไม่ใช่นังตูบขี้เรื้อนแม่ลูกอ่อน...แต่แกเห็นแม่ที่ยิ่งใหญ่ที่ทนเจ็บกลับไปหาลูก  แกไม่พูดอะไร...ทุกอย่างจุกอยู่ที่ลำคอ  สายตาอ่อนโยนลง      
   นายวินิตและน้องชายคุกเข่าลงกับพื้น  มีตูบน้อยตัวหนึ่งวิ่งเข้ามาคลอเคลียกระดิกหางให้  แกอุ้มตูบน้อยตัวนั้นขึ้นมาพร้อมกับพูดว่า "ขอโทษ...เอาหล่ะ เราจะเลี้ยงดูลูกๆของเจ้าอย่างดีที่สุด  เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง"    

   พูดจบเหมือนกับรู้ภาษา  นังตูบขี้เรื้อนแม่ลูกอ่อนตัวนั้นก็สิ้นใจลงทันที...นายวินิตและน้องชายก็ช่วยกันนำร่างอันไร้วิญญาณของนังตูบขี้เรื้อนแม่ลูกอ่อนตัวนั้นไปฝังที่บ้านของเขาเอง...ด้วยความรู้สึกสำนึกผิด  

   ส่วนตูบน้อยลูกๆของมันเขาได้รับเลี้ยงมันไว้ที่บ้านของเขาเอง...ตั้งแต่นั้นมาแกก็กลายเป็นคนใจดี  ไม่ไล่ยิงนกฆ่าน้องตูบน้องเหมียวอีกเลย  

   "มันอาจมีลูกรออยู่ก็ได้"  แกบอก  

   ...จากนั้นสามปีให้หลัง...ตูบน้อยลูกๆของนังตูบขี้เรื้อนทั้ง 5  โตเต็มวัย  อยู่เฝ้าบ้านให้นายวินิตยามเขาออกไปเยี่ยมคุณแม่ของเขาที่บ้านต่างจังหวัด...  

   "แม่ครับ...แม่จะสอนจะสั่งผมอย่างกับที่แม่เคยสอนผมตอนเป็นเด็กๆก็ได้นะครับ...ผมอยากให้แม่สอนผมอย่างเคยครับ..."      พร้อมกันเขาก็เอามาลัยดอกมะลิอบให้กับคุณแม่ของเขา  และก้มลงกราบแทบเท้า...คุณแม่น้ำตาไหลด้วยความปิติดีใจที่ลูกชายได้กลับตัวเป็นคนใหม่...เป็นคนใหม่อย่างที่ไม่เคยนึกไม่เคยฝันมาก่อน...      
  
   ...แม่แกน้ำตาคลอพูดไม่ออก...  

   ไม่อยากเชื่อ...นังตูบขี้เรื้อนแม่ลูกอ่อนตายไปหนึ่งตัว...กลับทำให้คนใจดำอย่างแกเปลี่ยนไปขนาดนี้...

รักแม่...  





 
 ปลาน้ำจืดไทย   ป่าเขา-ทะเลไทย   เที่ยวจัง!...ตังค์จะหมดแล้ว...

 


Forward  Mail

ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน
ความพร้อมนั่นแหล่ะคือกษ์ดี


พุทธพจน์/Sayings of the Buddha
 
 

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]
เรื่องสั้นประทับใจจากน้องตูบ
- เรื่องของ สาม [10 สิงหาคม 2553 15:49 น.]
- สุนัขไซบีเรียน ช่วยตามหาเจ้าของวัย 3 ขวบ [10 สิงหาคม 2553 15:49 น.]
- สุนัขที่น่าสงสาร ตากแดดเฝ้าศพนายหลายชั่วโมง [10 สิงหาคม 2553 15:49 น.]
- ชื่นชมน้ำใจ สาววิศวฯ ม.ศิลปากร ใจบุญหิ้วกล่องยาดูแลสุนัขจรจัดป่วยใกล้ตาย [10 สิงหาคม 2553 15:49 น.]
- "หดหู่! “ไอ้หลง” หมาพันธุ์ผสมนั่งเฝ้าศพเจ้าของหลังตกต้นเงาะดับ" [10 สิงหาคม 2553 15:49 น.]
- กู้ภัยหมา-แมว [10 สิงหาคม 2553 15:49 น.]
- น้ำใจที่ยิ่งใหญ่จากชายชราวัย90 อาชีพขี่สามล้อ [10 สิงหาคม 2553 15:49 น.]
- สุนัขแสนรู้ลากรถล้อออกบิณฑบาตคู่หลวงพ่อ [10 สิงหาคม 2553 15:49 น.]
- “ไอ้ปุย” สุนัขแสนรู้กรุงเก่าช่วยชีวิตเด็กทารกแรกเกิด [10 สิงหาคม 2553 15:49 น.]
- เนื่องจากกฎหมายที่ห้ามเลี้ยงสุนัขที่มีน้ำหนักเกินกำหนด (ตัวใหญ่เกินกำหนด) [10 สิงหาคม 2553 15:49 น.]
ดูทั้งหมด

Copyright@2010 by www.nongtoob.com All right reserved.
Engine by MAKEWEBEASY