สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 0
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 176
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 3,055,329
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
14 ธันวาคม 2561
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
      
10  11  12  13  14  15 
16  17  18  19  20  21  22 
23  24  25  26  27  28  29 
30  31           
 
ต้นอ้อดิบ(ต้นคูน)
[21 มีนาคม 2556 11:26 น.]จำนวนผู้เข้าชม 20851 คน
ต้นอ้อดิบ(ต้นคูน)


 
   ชื่อที่เรียก   
ต้นอ้อดิบ
ชื่ออื่นๆ         
หัวคูน คูน (ภาคกลาง) ตูน (ภาคเหนือ) คูน (ภาคอีสาน) เอาะดิบ ออกดิบ(ภาคใต้) ออดิบ (ยะลา นครศรีธรรมราช ภาคใต้ ) กระดาดขาว (กาญจนบุรี ) บอน(ประจวบคีรีขันธ์) กะเอาะขาว (ชุมพร)
ลักษณะ        
   เป็นผักชนิดหนึ่งชึ่ง ลักษณะคล้ายบอน ชาวบ้านจะปลูกไว้กินริมรั้ว หรือข้างบ้าน ชอบ ขึ้นบริเวณที่มีน้ำแฉะ นำมาทำอาหารได้ทั้งคาวและหวาน อ้อดิบที่นำมาทำเป็นอาหารส่วนมากจะใช้แกงส้ม และยำ



ประโยชน์      
   ก้านใบปอกเปลือก รับประทานเป็นผักสดจิ้มกับน้ำพริก แกงกะทิ ใบอ่อนและก้านใบ นำไปแกงส้มใส่ปลา และปรุงเป็นผักในแกงแค
   “คูน” ที่ทางอีสานเรียกว่า “ทูน” เหนือบอกว่า “ตูน” ส่วนทางภาคใต้ เรียกว่า “อ้อดิบ” มี ลักษณะคล้ายบอน ก้านใบและแผ่นใบสีเขียวอ่อน มีนวล บางคนนิยมนำมา “เปิบ” สดๆคู่กับน้ำพริก ส้มตำ ลาบแล้วแต่ว่าใครจะชอบ
   เมื่อเกือบสามเดือนที่แล้ว ไปเดินตลาดเสรีซื้อกับข้าว เจออ้อดิบอยากกินแกงส้มถามแม่ค้าว่าโลเท่าไหร่ แม่ค้าบอก 70คิดในใจโอ้แพงมาก แต่ตัดสินใจซื้อแบบอยากกินแพงก็แพงวะ..... หลังจากนั้นก็โทรไปหาแม่ว่าแถวบ้านพอหาได้มั๊ยอยากเอามาปลูก แม่บอกว่าพอหาได้ เลยให้แม่ส่งหน่ออ่อนๆเท่านิ้วชี้มาประมาณสิบหน่อ ผมเอามาลงกระถางขนาดสิบนิ้ว บ้าง แปดนิ้วบ้าง แล้วผมก็ไปวางข้างๆกำแพงนอกบ้านให้โดนแดดหน่อย สองเดือนกว่าปรากฏว่าเจริญงอกงามตัดกินได้ไปรอบนึงแล้ว โตเร็วมากๆ ตอนนี้ก็เริ่มแตกหน่อบ้างแล้ว มาดูรูปกันครับ



   อ้อดิบ คือ ต้นคูนของภาคกลาง เวลาใช้ปรุงอาหารให้ลอกเยื่อบางๆออก แล้วหั่นเป็นท่อนคล้ายสายบัว อ้อดิบ มีชื่ออื่นอีก เช่น คูน (ภาคกลาง) โหรา (นครศรี ธรรมราช)
  ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Colocasia gigante Hook. f. อ้อดิบ(คูน) เป็นผักชนิดหนึ่งชึ่ง ลักษณะคล้ายบอน ชาวบ้านจะปลูกไว้กินริมรั้ว หรือข้างบ้าน ชอบ ขึ้นบริเวณที่มีน้ำแฉะ นำมาทำอาหารได้ทั้งคาวและหวาน อ้อดิบที่นำมาทำเป็นอาหารส่วนมากจะใช้แกงส้ม และยำ



   ยำอ้อดิบ เป็นอาหารที่ทำกินกันในจังหวัดสงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช เป็นอาหารที่มีราคาถูก ทำง่าย กินกับข้าวสวย ทั้ง 3 มื้อ หรือเป็นกับแกล้มปัจจุบันยังมีที่ทำกินอยู่บ้าง
   นอกจากนี้ ยังใช้ทำอาหารได้อีกหลายอย่างเช่น
1. ลอกเปลือก แล้วกินดิบๆ  (เอามาจิ้มน้ำพริก)ล้างอ้อดิบด้วยน้ำส้มสายชูให้หมดเมือกคันแล้วสะเด็ดน้ำให้แห้ง
2. เอามาผัดกับหมู/กุ้ง เหมือนผักทัวๆไป
3. เอามาแกงเลียง ใส่ ปลาย่าง และกุ้งแห้ง หรือกุ้งสด
4. เอามาแกงจืด ใส่กุ้งแห้ง ปลาหมึกแห้ง


 
ปลูก"คูน"แซมพรรณไม้ล้อม สร้างรายได้เสริมทุกวัน ตลอดปี
   ปัจจุบันเกษตรกรชาวสวนหลายรายต่างเริ่มหันเหมาปลูกพืชหมุนเวียนแบบผสมผสานกันมากขึ้น เหตุผลหลักนั้นก็เพื่อให้มีเม็ดเงินเข้ากระเป๋าทุกวัน และ นายทองใส สายทอง เกษตรกรบ้านเลขที่ 93/1 หมู่ 5 ต.ชะอม อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เป็นหนึ่งในจำนวนนี้นายทองใส บอกว่า สภาพพื้นที่ดินในตำบลชะอม ค่อนข้างมีปัญหาเรื่องน้ำที่ทำการเกษตร ดังนั้น โดยส่วนใหญ่จึงปลูกพรรณไม้ล้อมอย่าง "จำปี" ซึ่งกว่าจะขุดขายต้องรอนานประมาณ 3 ปี ดังนั้น เพื่อให้มีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง พื้นที่ซึ่งมีอยู่ 9 ไร่ จึงแบ่ง ปลูกกล้วยไข่เกษตรศาสตร์ 2 ส้มโอพรรณไม้ล้อม และ "คูน" ที่ทางอีสานเรียกว่า "ทูน" เหนือบอกว่า "ตูน" ส่วนทางภาคใต้ เรียกว่า "อ้อดิบ" มี ลักษณะคล้ายบอน ก้านใบและแผ่นใบสีเขียวอ่อน มีนวล บางคนนิยมนำมา "เปิบ" สดๆคู่กับน้ำพริก ส้มตำ ลาบแล้วแต่ว่าใครจะชอบ มาปลูกเสริมเพื่อให้เงินเข้ากระเป๋ารายวันได้
    ที่คิดปลูกคูน ลุงทองใส บอกว่า ไปเห็นแม่ค้านำมาขายในตลาดแถวหัวนา ข้างน้ำตกกะอาง จ.นครนายก แต่ละวันมักขายหมดค่อนข้างเร็ว จึงเข้าไปสอบถามถึงสถานการณ์ เห็นว่าราคาค่อนข้างดี ตลาดมีความต้องการสูง ไม่ต้องดูแลรักษาให้ยุ่งยาก อีกทั้งไม่มีโรคแมลงรบกวน จึงกลับมาปลูกโดยซื้อหน่อพันธุ์มาทำการขยาย ซึ่งครั้งแรกลงไว้ 3,000 หน่อ ปลูกปนแซมในป่าจำปีโดยการปลูกนั้นจะเว้นช่องว่างระหว่างแถว 5 ศอก แต่ละกอห่าง 50 x 50 ซม. เสร็จแล้วขุดหลุมลึกประมาณ 15 ซม. แล้วนำหน่อพันธุ์ลงหลุมละ 1 ต้น และด้วยพื้นที่แถบนี้มีปัญหาในเรื่องของน้ำทำการเกษตร จึงต้องติดสปริงเกอร์ปล่อยน้ำ ในช่วงแรกปล่อยวันละครั้ง สังเกตเห็นว่าหน่อพันธุ์ตั้งตัวได้แล้ว สามารถทิ้งระยะห่าง 2-3 วัน/ครั้ง



   หลังจากนั้นประมาณ 15 วัน เริ่มให้ปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 ปริมาณ 1 กก./ไร่ โดยหยอดตามกอประมาณ 10-20 เม็ด/กอ เว้นระยะ 15 วัน จึงกลับมาใส่อีกครั้งในปริมาณเท่าเดิม ส่วนช่วงหน้าฝนไม่ใส่เพราะคูนจะงามและปลูกง่ายในฤดูนี้ หลังจากปลูกประมาณ 3 เดือน จึงสามารถตัด "ก้าน" รอบนอกขายได้ ซึ่งแต่ละกอควรเหลือประมาณ 4-5 ก้าน เพื่ออีกทุกๆ 7 วัน จะได้มีก้านคูนตัดส่งได้อย่างสม่ำเสมอตามที่ตลาดมียอดสั่งเข้ามา ซึ่งราคาซื้ออยู่ที่ 5-8 บาท/กิโลฯ หน่อคูนแต่ละรุ่นที่ลงไว้จะทำเงินเข้ากระเป๋าได้นานประมาณ 1 ปี โดยสังเกตจากก้านที่เริ่มสั้นลง มีหัวขึ้นคล้ายต้นเผือก แสดงว่าได้เวลา "โละ" ทำแปลงแล้วปลูกใหม่ ในครั้งนี้ไม่ต้องวิ่งหาซื้อหน่อพันธุ์ (ราคา 3 บาท/หน่อ) เพราะครั้งนี้เราสามารถทำหน่อพันธุ์ได้เอง โดยนำส่วนหัวคูนมาผ่า แล้ววางไว้หน้าดินคลุมด้วยฟาง หญ้า หรือใบไม้แห้ง กระทั่งเกิดหน่อขึ้นมาก็สามารถนำไปปลูกได้
   เมื่อถามถึงรายได้ ลุงทองใสบอกว่า ขายกล้วยไข่เฉลี่ยสัปดาห์ละ 700 บาท รายได้จากคูนที่ปลูกเสริมตามพื้นที่ว่าง หลังหักค่าแรงค่าปุ๋ยอยู่ที่ประมาณ 3,000 บาท/ไร่ โดยรวมแล้ว "หากไม่ใช้ชีวิตที่ฟุ่มเฟือย" สามารถอยู่ได้อย่างสบายๆ แล้วอีก 2-3 ปี ก็จะมีรายได้ จากการขุดพันธุ์พรรณไม้ล้อมขายให้พ่อค้าต้นไม้ หรือไม่ก็กลุ่มคนรับตกแต่งสวนสำหรับใครที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.08-4864-2708 ในวันและเวลาที่เหมาะสม


www.bansuanporpeang.com
เฟสบุ๊ค น้าอ้วน บ้านเกษตรพอเพียง
www.biogang.net
www.oae.go.th
www.thairath.co.th


[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]

[ +zoom ]
พืชผักสวนครัวและผลไม้ไทย
- ลำพู [21 มีนาคม 2556 11:26 น.]
- มะเดื่อฝรั่ง(Fig) [21 มีนาคม 2556 11:26 น.]
- หน่อกะลา ถือเป็น ผักพื้นบ้าน ของ เกาะเกร็ด [21 มีนาคม 2556 11:26 น.]
- ต้นอ้อดิบ(ต้นคูน) [21 มีนาคม 2556 11:26 น.]
- ทุเรียนน้ำ...ทุเรียนเทศ...ทุเรียนแขก [21 มีนาคม 2556 11:26 น.]
- ดอกดาวเรืองกินได้ทั้งดอกและยอด [21 มีนาคม 2556 11:26 น.]
- ตะลิงปลิง...ผลไม้สุดเปรี้ยว...นี่ก็อีกต้นที่ปลูกหน้าบ้าน [21 มีนาคม 2556 11:26 น.]
- สัปปะรด พันธุ์เพชรบุรีที่กินได้โดยไม่ต้องปอกเปลือก [21 มีนาคม 2556 11:26 น.]
- ผักหนาม [21 มีนาคม 2556 11:26 น.]
- ต้นสาคู [21 มีนาคม 2556 11:26 น.]
ดูทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1
มีขายหน่อพันธุ์ที่ไหนบอกด้วย อย่าบอกแต่ว่ากินอร่อย แกงอร่อย
ชื่อ : ดล   E-mail : tewadadol@!hotmail.com    วันที่ : 7 กุมภาพันธ์ 2560 19:13 น.
IP : 1.10.200.XXX

  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป

Copyright@2010 by www.nongtoob.com All right reserved.
Engine by MAKEWEBEASY